Thai Mind Mapping

Monday, March 24, 2008

บันทึกฉบับที่ 3: บทเริ่มต้นเกี่ยวกับ Mind Map - Unleashing Creative Thinking and Innovation

หลายคนเคยบอกว่าเรื่องความคิดสร้างสรรค์ไม่สามารถพัฒนาได้ เพราะต้องมีพรสวรรค์ หรือมี DNA แห่งความฉลาดที่ได้รับจากพ่อแม่ แต่ในปัจจุบันนี้ ต้องเปลี่ยนความคิดนี้ให้ได้ และเปลี่ยนเป็น Everything is possible and I can do it.
มีโอกาสได้เข้าไปอบรม Unleashing Creative Thinking and Innovation นำการสัมมนาโดย Tony Buzan ผู้คิดค้น Mind Map ซึ่งเป็นเครื่องมือช่วยให้เราคิดสร้างสรรค์ และคิดได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับคนมีลูก หลาน แนะนำให้ฝึกใช้ Mind Map ตั้งแต่อายุประมาณ 8-9 ขวบ จึงจะเหมาะสม เพราะเริ่มกลั่นกรองความคิด จัดหมวดหมู่ได้ และเป็นเครื่องมือช่วยในการเรียนเป็นอย่างดี

เริ่มรู้จัก Mind Map ด้วยความบังเอิญ ตอนนั้นเป็นช่วงพักฟื้นหลังผ่าตัด ประมาณ 7 ปีมาแล้ว ไม่ชอบอยู่เฉยๆ ก็เลยเดินไปบ้านเพื่อนที่เขามีลูกและมีนิตยสารเกี่ยวกับครอบครัว จำชื่อไม่ได้ รู้แต่ว่ามีคอลัมน์หนึ่งลงเรื่องเกี่ยวกับ Mind Map และ อ.ธัญญา ผลอนันต์ พออ่านจบปุ๊บ ชอบปั๊บ โทรหาอาจารย์ตามที่ลงในหนังสือทันที และเริ่ม e-mail คุยกับอาจารย์เพื่อขอเข้าอบรมด้วยเงินส่วนตัว เพราะรู้ว่าขออนุมัติ ไม่มีใครให้แน่ อาจารย์น่ารักมากๆ เป็นคนจิตใจดี e-mail อวยพรให้เราหายป่วย และคอยส่งข่าวการอบรมให้ทราบ

สมัยนั้น แหมพูดเหมือนนานมากเลยนะ ก็มันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ค่าอบรมคนละ 1,800 บาท ตอนเรียนกลับมาก็ได้เข้าอบรม BCD เลยเริ่มใช้ในการจดคำบรรยาย ต่อมาก็นำมาเผยแพร่ในที่ทำงาน มีคนสนใจ แต่ไม่ค่อยมีใครอยากใช้ (ไม่รู้ทำไม ไม่มีใครหลงใหลเท่ากับเรา) หลังจากนั้นพยายามเอามาใช้ในงานจนนายใหม่เขาเห็นก็เลยสนใจ ยอมให้ซื้อโปรแกรม Mindjet มาใช้ ตอนหลังทราบว่าที่กลุ่มปิโตรก็นำมาใช้ในโครงการ C-ChEPS (เรียนรู้วิศวกรรมเคมีแบบบูรณาการ) ซึ่งเป็นการพัฒนาพนักงานระดับ ปวส.ที่มีศักยภาพ และประสบการณ์การทำงานมาหลายปี

เมื่อย้ายมาทำงานที่ธุรกิจนี้ก็ชอบมาก มีสิ่งให้เรียนรู้ และสนับสนุนให้เรียนมากมาย แต่ต้องเป็นด้วยตนเอง ใครคว้าได้มาก ก็เรียนรู้มาก ใครไม่ใส่ใจ ก็ไม่ได้อะไร ภาคบังคับไม่ค่อยมีจากการได้เข้าสัมมนายิ่งรู้สึกว่า Mind Map เป็นเครื่องมือที่ดีเท่านั้น ตัวเราเองต้องมี Correct Formula ด้วย ขออนุญาตยกมาเป็นบางส่วน รายละเอียดอยู่ใน blog/อัลบั้มไฟล์ที่ share ไว้แล้ว
สมองที่แข็งแรงจะอยู่กับร่างกายที่แข็งแรง
ฝึกการบริหารสมองให้เป็นหนึ่งในงานอดิเรก
ทำใจให้ว่าง ไม่เครียดเมื่อต้องการคิดสร้างสรรค์
การลอกแบบคนอื่นเพื่อเรียนรู้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นก่อนพัฒนาในแบบของตัวเอง
ฝึกบันทึกเป็นภาพและสี เพื่อกระตุ้นสมองให้ทำงาน
คิดเชิงบวก (I can do it)
Learn from the best to be the best

พอสัมมนาเสร็จ ก็มาเข้าค่าย Inno Fa หลักการหลายอย่างคล้ายกัน โดยเฉพาะเรื่องคลื่นสมองแบบอัลฟาที่เราจะได้ประโยชน์มากกว่าในช่วงที่เป็นเบต้า อ.ดร.วรภัทร์บอกว่าให้เราดูจิต มีสติ ตามความคิดตัวเองให้ทัน อย่าตัดสินใจอะไรในช่วงที่สมองเป็นคลื่นเบต้า เพราะอาจคิดผิดได้
รู้สึกว่าวันนี้จะเขียนยาวเกินไปแล้ว แบ่งไว้เขียนวันต่อไปบ้างดีกว่านะ

จาก Citrus-SCG Chemicals http://gotoknow.org/blog/citrus/90747

Labels: , ,

0 Comments:

Post a Comment

<< Home